กทค.ชี้หมดเวลาทะเลาะกัน ย้ำจะเดินหน้าแก้ปัญหาพรีเพดเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคระบุเคารพในความแตกต่างของความเห็น แต่แนวทางที่กทค.ใช้เป็นทางเลือกที่ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้าได้ประโยชน์สูงสุด

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกฎหมายในกิจการโทรคมนาคม  เปิดเผยว่า  การแก้ไขปัญหาบัตรเติมเงิน (พรีเพด) นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่คาราคาซังมาตั้งแต่ยุค กทช.ก็ยังแก้ปัญหาในเรื่องนี้ไม่สำเร็จ  พอมาถึงยุคกสทช. โดย กทค.ได้เดินหน้าฝ่ากระแสจนให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น โดยที่ผ่านมามีแต่คนบ่นแต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องบัตรเติมเงินได้ เงื่อนไขใหม่ทำให้ผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้าได้ประโยชน์ เงินที่เติมเข้าไปแม้จะมีจำนวนน้อยเท่าไรก็ตามก็จะได้วันสะสมอย่างน้อย 30 วัน ทำให้ไม่มีช่องว่างระหว่างคนจนคนรวย เงื่อนไขใหม่ที่ออกมาเพื่อกำกับผู้ประกอบการทั้งสามรายดังกล่าว ได้รับความเห็นชอบจากกทค. โดยมติเอกฉันท์ ซึ่งสามารถตรวจสอบจากรายงานการประชุมได้  ซึ่งแนวทางดังกล่าวอาจไม่ถูกใจทุกคน แต่มั่นใจว่าเป็นประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ 

              การที่มีกลุ่มบางกลุ่มมายื่นคำร้องแสดงความไม่พอใจ ซึ่งเป็นกลุ่มเดิมที่มีความเห็นแตกต่างจากวิธีการแก้ปัญหาของกทค. ในเรื่องพรีเพดนั้น หลายเรื่องเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เช่น ที่ระบุว่ามีข้อเสนอให้กำหนดเวลาขั้นต่ำ 60 วัน ต่อการเติมเงินทุกมูลค่า แต่กทค.กลับไปเลือกเงื่อนไขที่แย่กว่านั้น ขอชี้แจงว่าแท้จริงแล้วเป็นข้อเสนอให้ใช้กับบางโปรโมชั่นเท่านั้น ไม่ได้บังคับกับทุกโปรโมชั่น อีกทั้งผู้ประกอบการบางรายมีข้อโต้แย้ง จึงทำให้มีปัญหาต่อการนำมากำหนดเป็นเงื่อนไข รวมทั้งการที่อ้างว่า กทค.  มีมติกำหนดระยะเวลาใช้บริการพรีเพด 30 วัน และขัดต่อข้อ 34 ของประกาศฯ ก็ไม่เป็นความจริง เพราะมติของ กทค.เพียงกำหนดเงื่อนไขมาตรฐานขั้นต่ำว่า การเติมเงินทุกมูลค่าทุกโปรโมชั่นต้องได้วันสะสมอย่างน้อย 30 วัน ซึ่งมิได้ไปจำกัดวันใช้เพียง 30 วัน ตามที่ผู้เรียกร้องเข้าใจ ทั้งยังระบุในเงื่อนไขชัดเจนว่ากรณีผู้ใช้บริการมีเงินค้างชำระต้องเป็นไปตามข้อ 34 ของประกาศฯ

              นอกจากนี้แนวคิดต่างๆที่เสนอมาในข้อเรียกร้องเป็นเรื่องเดิมที่เคยเสนอมาเมื่อครั้งที่ กทช. พยายามแก้ไขปัญหา โดยจัดประชุมหลายครั้งเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้บริโภค  ซึ่งกลุ่มผู้ร้องเรียนได้เคยเสนอความเห็นในเรื่องนี้มาแล้ว แต่เมื่อกทค.และสำนักงาน กสทช.นำมาประมวลกับแนวคิดอื่นๆแล้วเห็นว่ายังมีจุดอ่อนและไม่เป็นที่ยอมรับ รวมทั้งบางประเด็นก็สุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย จึงไม่สามารถผลักดันแนวคิดดังกล่าวเป็นเงื่อนไขในการกำกับดูแลได้

              เมื่อวิเคราะห์แล้วการยืนกรานที่จะใช้กติกาที่ห้ามบัตรเติมเงินหมดอายุสถานเดียวหรือไปให้หักเงินในระบบได้เดือนละ 2 บาท หากไม่ใช้บริการภายในกำหนดนั้น ไม่สอดคล้องกับกฎหมายและไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องบัตรพรีเพดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งจะทำให้ผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้าเสียประโยชน์ เนื่องจากข้อเรียกร้องไม่เป็นที่ยอมรับและไม่สามารถปฏิบัติได้ ทั้งนี้ กทค. เคารพในความแตกต่างของความเห็นและพร้อมที่จะรับฟังตลอดจนยินดีที่จะชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ แต่ก็ต้องเข้าใจว่าขณะเดียวกัน กทค. ก็ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผู้บริโภคหลายกลุ่มที่เห็นว่าการดำเนินการของกทค. ในการแก้ไขปัญหาเรื่องพรีเพดนั้นเดินมาถูกทางแล้ว จึงขอยืนยันว่า กทค. ได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาโดยใช้ดุลพินิจอย่างรอบคอบและถือว่าทุกเสียงของผู้บริโภคเป็นเสียงสวรรค์ ซึ่ง กทค.จะก้าวต่อไปโดยไม่ท้อถอยและจะมุ่งมั่นในการฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้บริโภคอย่างแท้จริง

Download

  • กทค-ชี้หมดเวลาทะเลาะกัน.doc

Create by  - 2fellows  admin (3/30/2016 11:45:25 AM)