เลขาธิการ กสทช. ย้ำเตือนผู้บริโภคให้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมเร่งติดตามโทรศัพท์ที่เกิดเหตุจาก สภ.แกลง มาตรวจสอบตามพ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498

จากกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากการถูกไฟดูดขณะชาร์จโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งกรณีล่าสุดเหตุเกิดที่ สภ.แกลง จ.ระยอง นั้น และล่าสุดสำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือถึง สภ.แกลง ขอให้ส่งเครื่องโทรศัพท์ที่มีปัญหามาให้ตรวจสอบตามพ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 ไปแล้ว นั้น

     นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอ สภ.แกลง นำเครื่องโทรศัพท์มือถือที่เกิดเหตุ พร้อมแบตเตอรี่ และอุปกรณ์ต่างๆ มายังสำนักงาน กสทช. เพื่อตรวจสอบว่าเครื่องดังกล่าวมีการนำเข้าหรือมีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. หรือไม่  เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค

     อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบข้อมูลของสำนักงาน กสทช. กรณีเครื่องโทรศัพท์มือถือมีปัญหาและการดำเนินการของสำนักงาน กสทช. ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาระหว่างปี 2555 – 2556 รวมกรณีนี้พบว่ามี 3 กรณี สำหรับ 2 กรณีแรกได้แก่

      1. กรณีโทรศัพท์มือถือ apple รุ่น Iphone 5 ระเบิด เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2556 ที่             จ.กรุงเทพฯ โดยสำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการตรวจสอบ และพบน๊อตแปลกปลอมอยู่ในถาดรองแบตเตอรี่ ทำให้แบตเตอรี่เกิดการกดทับและทำให้ช๊อตกันระหว่างเซลล์ของแบตเตอรี่

     2. กรณีโทรศัพท์มือถือ Nokia ไม่สามารถระบุรุ่น ระเบิดเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556 ที่         จ.ระยอง โดยสำนักงาน กสทช. ได้ประสานไปยังบริษัทโนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้ทางบริษัทฯ ตรวจสอบว่าเป็นเครื่องของบริษัทฯ หรือไม่ และเป็นรุ่นใด

     กรณีปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นนับเป็นอุทาหรณ์ และสำนักงาน กสทช. เห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว เนื่องจากส่งผลถึงผู้ใช้บริการโทรคมนาคมโดยตรง และเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงาน กสทช. จึงขอย้ำเตือนผู้บริโภคให้เลือกใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ไม่ควรเห็นแก่ของที่มีราคาถูก ซึ่งไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากอุปกรณ์ที่ได้รับมาตรฐานสากล จะผ่านการตรวจสอบคุณภาพการผลิต และหากผู้ใช้ปฏิบัติตามข้อแนะนำการใช้ จะทำให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย

     นายฐากร ยังได้ให้ข้อสังเกตเบื้องต้นสำหรับการตรวจสอบเครื่องโทรศัพท์มือถือว่าผ่านการรับรองมาตรฐานหรือไม่ว่า เครื่องโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยจะต้องมีเครื่องหมายแสดงการรับรองมาตรฐานเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ที่ออกโดยสำนักงาน กสทช. ซึ่งจะระบุหมายเลขการรับรอง เลขปี ค.ศ. ที่รับรอง และรหัสประจำตัวของผู้ประกอบการ เช่น CLASS B NTC ID. AAAAAA-BB-XXXX โดยที่ AAAAAA หมายถึง หมายเลขรับรอง 6 หลัก BB หมายถึง เลขปี ค.ศ. ที่รับรอง ซึ่งจะเป็นเลขสองหลักสุดท้าย และ XXXX หมายถึง รหัสประจำตัวผู้ประกอบการ 4 หลัก ซึ่งเครื่องหมายนี้ ผู้ประกอบการต้องแสดงเครื่องหมายให้เห็นที่ตัวเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ในลักษณะที่อ่านออกได้ และต้องแสดงเครื่องหมายในวัสดุที่ใช้ร่วมกับเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์นั้น เช่น บรรจุภัณฑ์ คู่มือการใช้งาน เป็นต้น อย่างไรก็ตามสำหรับอุปกรณ์ประกอบหรืออุปกรณ์เสริมของโทรศัพท์มือถือ เช่น สายชาร์จ แบตเตอรี่ หูฟัง และอื่นๆ นั้น อุปกรณ์ดังกล่าวไม่ต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์จากสำนักงาน กสทช. ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 6 พ.ร.บ. วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 กำหนดให้เครื่องโทรศัพท์จะต้องได้รับอนุญาตให้มีการนำเข้าโดยถูกต้องจากสำนักงาน กสทช. และมาตรา 32 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 กำหนดให้เครื่องโทรศัพท์จะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. ก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

      อย่างไรก็ตามสำหรับการเลือกซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ผลิตภายในประเทศ นายฐากร แนะนำว่าควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ทั้งนี้ หากพบเห็น หรือสงสัยว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรืออุปกรณ์ที่ซื้อมาได้รับมาตรฐานหรือไม่ สามารถส่งมาตรวจสอบได้ที่สำนักงาน กสทช. หรือสอบถามข้อมูลและร้องเรียนได้ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสำนักงาน กสทช. หมายเลขโทรศัพท์ 1200 ได้ทันที

 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Download

  • Press-Release-มือถือ-281156-rev-2.doc

Create by  - 2fellows  admin (3/18/2016 11:12:18 AM)