ฉบับที่ 48/2568 - นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กสทช. ให้เกียรติกล่าวเปิดการประชุม NBTC Symposium 2025 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 10 ตุลาคม 2568 โดยสำนักวิชาการต่างประเทศ สายงานวิชาการสำนักงาน กสทช.

นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กสทช. ให้เกียรติกล่าวเปิดการประชุม NBTC Symposium 2025 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 10 ตุลาคม 2568 โดยสำนักวิชาการต่างประเทศ สายงานวิชาการสำนักงาน กสทช.

          นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กสทช. ให้เกียรติกล่าวเปิดการประชุม NBTC Symposium 2025 พร้อมด้วยนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการเลขาธิการ กสทช. กล่าวรายงานถึงภาพรวมการประชุมฯ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กสทช. ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ และ  ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. พิรงรอง รามสูต กสทช. ให้เกียรติเข้าร่วมงานเพื่อรับฟังการเสวนา ในการนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ประกอบด้วยเอกอัครราชทูตและคณะทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ผู้แทนหน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สมาคมหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย รวมถึงผู้บริหารและพนักงาน กสทช. การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Bridging Today & Tomorrow, Connecting People - Inspiring Futures" โดยมีเป้าหมายให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และวิสัยทัศน์ระหว่างผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ การประชุมครอบคลุมหัวข้อสำคัญแห่งอนาคต อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เทคโนโลยีสีเขียวเพื่อความยั่งยืนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ความมั่นคงปลอดภัยสำหรับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ การสื่อสารผ่านดาวเทียมยุคใหม่ (IMT-NTN) รวมถึงทิศทางและศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) เพื่อให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดทิศทางนโยบายที่ยั่งยืนและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก โดยรูปแบบการประชุมเป็นแบบ Hybrid รองรับทั้งการประชุม Onsite และ Online พร้อมจัดให้มีระบบการบรรยายแทนเสียงแบบสด (Live Captioning) เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้ที่ทั่วถึงแก่ประชากรทุกกลุ่ม

          ภายในการประชุมฯ ได้รับเกียรติจาก Mr. Amandeep Singh Gill, Under-Secretary-General and Special Envoy for Digital and Emerging Technologies, United Nations Office for Digital and Emerging Technologies ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวีดิโอ ในหัวข้อ “Navigating the Converging Future: Global Visions & Shared Challenges” โดย Mr. Gill ได้นำเสนอวิสัยทัศน์และมุมมองในระดับโลกต่อการรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนจากเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์และกรอบความร่วมมือซึ่งริเริ่มภายใต้กรอบสหประชาชาติเพื่อสร้างความตระหนักรู้และจริยธรรมด้านปัญญา ประดิษฐ์ การปรับตัวของภาคส่วนต่างๆ ในพลวัตทางภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันในเศรษฐกิจอวกาศเพื่อเป็นแนวทางการกำหนดนโยบายและเตรียมความพร้อมของประเทศสู่อนาคต

          สำนักงาน กสทช. ยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษภายใต้หัวข้อ Building the Infrastructure of the Future: How NextWave and Digital Technologies are Revolutionizing Industries?” ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานอย่างล้นหลาม ได้แก่ (๑) คุณสมิทธ์ พนมยงค์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ฯ กล่าวถึงบทบาทสำคัญของ “พลังงาน” ในการขับเคลื่อนเทคโนโลยี AI และเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ พร้อมย้ำถึงความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงของระบบพลังงาน ความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม และต้นทุนที่แข่งขันได้ โดย Gulf มุ่งพัฒนาพลังงานที่สะอาด มีประสิทธิภาพ และมั่นคง เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในระยะยาว เนื่องจากพลังงานคือรากฐานของทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม หรือ Data Center ให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง (2) คุณกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร, Chief Innovation Officer บริษัท SCB X และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท SCB 10X บรรยายในหัวข้อ “AI Transformation in Financial Sector” ถ่ายทอดแนวคิดการเปลี่ยนผ่านของธนาคารสู่ยุคดิจิทัล โดยเน้นการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพองค์กรและประสบการณ์ลูกค้า พร้อมนำเสนอกรณีศึกษาจริงจาก SCB Group โดยมุ่งสู่เป้าหมาย “First Banking” ที่ให้ AI มีบทบาทในทุกมิติขององค์กร เพื่อสร้างระบบการเงินที่ยั่งยืนและตอบโจทย์ (3) คุณจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นฯ บรรยายในหัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและโอกาสของประเทศไทยในยุค AI” โดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการเร่งปรับตัวสู่ดิจิทัล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั้งระบบคอมพิวเตอร์ การเชื่อมต่อ และการจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศ เพื่อสร้างความพร้อมของไทยในเศรษฐกิจยุคใหม่ พร้อมผลักดันให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการสร้างความเท่าเทียมทางดิจิทัลและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกพื้นที่ (๔) คุณศรัณย์ ผโลประการ หัวหน้าฝ่ายงานผลิตภัณฑ์โทรศัพท์เคลื่อนที่กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสฯ บรรยายในหัวข้อ “Digital Infrastructure Supporting Future Digital Services” โดยชี้ว่าโครงข่ายโทรคมนาคมได้เปลี่ยนบทบาทจากบริการพื้นฐานสู่การเป็นรากฐานสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่รองรับบริการหลากหลายตั้งแต่การชำระเงินออนไลน์จนถึงการแพทย์ทางไกล พร้อมเน้นความสำคัญของความมั่นคงยืดหยุ่นของโครงข่าย การใช้ AI เพื่อต่อสู้ภัยไซเบอร์ การจัดการพลังงานและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนการผลักดันให้ทุกคนเข้าถึงบริการดิจิทัลอย่างเท่าเทียมภายใต้แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

          นอกจากนี้ ภายในงานมีหัวข้อการเสวนาและการนำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

          1. หัวข้อ “Transforming Telecom for Sustainability: The Role of Mobile Operator on Driving Green Technology and an Eco-Friendly Future”  โดยมีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย (1) ดร. วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานดิจิทัล บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติฯ (2) คุณวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสฯ และ (3) Mr. Navneet Nayan หัวหน้าสายงานกลยุทธ์เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นฯ พร้อมด้วยผู้ดำเนินรายการ คุณธีตานันตร์ รัตนแสนยานุภาพ ผู้อำนวยการสำนักวิเคราะห์เชิงปริมาณ สำนักงาน กสทช. โดยการเสวนาได้หารือถึงการถอดรหัสบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของผู้ประกอบการโทรคมนาคมไทยในการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียว (Green Technology) เพื่อร่วมผลักดันให้ภาคโทรคมนาคมเป็นพลังสำคัญในการสร้างอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

          2. หัวข้อ Critical Infrastructure & Digital Resilience: Securing What Matters Most” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย (1) คุณอโรรา อุนนะนันทน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย (2) คุณพิชญ์ หมื่นรักษ์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายภาครัฐ บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) และ (3) คุณวรุตม์ วรปราชญา Head of Digital Operations บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ฯ และผู้ดำเนินรายการ ดร. ประถมพงษ์ ศรีนวล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและบริหารทรัพยากรโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. โดยการเสวนาผู้เสวนาได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึกด้านการสร้างความมั่นคงปลอดภัยและเสถียรภาพด้านความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) ของโครงข่ายและการให้บริการในฐานะที่เป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศทั้งด้านการเงิน บริการสื่อสารดิจิทัล และพลังงาน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติและความมั่นคงอื่นๆ ในอนาคตเพื่อร่วมกันวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการร่วมมือเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบดิจิทัลซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศต่อไป

          3. ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง Envisioning the Future of IMT - NTN Landscape” โดย  รองศาสตราจารย์ ดร. สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กสทช. ชี้ให้เห็นถึงทิศทางของระบบโทรคมนาคมโลกและบทบาทของประเทศไทยในการก้าวสู่ยุค 6G และ Non-Terrestrial Network (NTN) โดยเน้นความสำคัญว่าโลกยังมีประชากร ที่อยู่ในพื้นที่มีสัญญาณแต่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งเทคโนโลยี NTN และ D2D (Direct-to-Device) จะช่วยเติมเต็มช่องว่างนี้ ประเทศไทยได้รับการยอมรับระดับนานาชาติในด้านคุณภาพโครงข่าย ในขณะที่ความต้องการใช้คลื่นความถี่จะเพิ่มขึ้นภายในปี ๒๕๗๐ เนื่องจากโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI Centric ที่ AI จะเป็นหัวใจสำคัญของการกำกับดูแลและการให้บริการ ล่าสุดสำนักงาน กสทช. อยู่ระหว่างจัดทำแนวทางกำกับดูแลดาวเทียม GSO/NGSO และการศึกษาการใช้การสื่อสารแบบ NTN โดยเน้นกลยุทธ์การพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับหลายมิติ ทั้งในเชิง Data Centric, Spectrum Centric, Regulatory Centric, AI Centric และ People Centric เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

          4. ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง Envisioning the Future of IMT - NTN Landscape in Japan – Supporting Beyond 5G era from Spaceโดย Mr. Ishida Eiji ผู้อำนวยการกองส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระหว่างประเทศ กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารญี่ปุ่น (MIC) ได้นำเสนอวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ชาติด้านการสื่อสารอวกาศและเทคโนโลยียุคถัดไป โดยชี้ให้เห็นว่าอวกาศได้กลายเป็น “พรมแดนที่ห้า” ของมนุษยชาติและเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของชาติ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวขับเคลื่อนด้วยเครือข่ายหลายระดับชั้น (Multi-Layered Network) ตั้งแต่ภาคพื้นดินไปจนถึงดาวเทียมเพื่อสนับสนุนโครงการวิจัยและพัฒนาที่ล้ำสมัย เช่น การสื่อสารควอนตัม ดาวเทียมวงโคจรต่ำ ระบบ Direct-to-Cell เพื่อขจัดจุดอับสัญญาณ และแผนแม่บทคลื่นความถี่แห่งชาติเพื่อรองรับ Beyond 5G/6G นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับการรับมือภัยคุกคามจากสภาพอวกาศ โดยสถาบัน NICT ทำหน้าที่พยากรณ์และแจ้งเตือนภัย เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศอย่างครบวงจร

          5. การนำเสนอเรื่อง “Allowing Direct-to-Device (D2D) Communications: Canada’s Policy and Regulatory Pathway” โดย Mr. Eric Edora, Associate General Counsel, Regulatory Affairs บริษัท TELUS จากแคนาดา ได้ให้ข้อมูลภาพรวมเกี่ยวกับเทคโนโลยี Direct-to-Device (D2D) ในแคนาดา โดยชี้ให้เห็นถึงความท้าทายเฉพาะตัวของประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ ประชากรเบาบางและภูมิประเทศซับซ้อน ทำให้เครือข่ายโทรคมนาคมภาคพื้นดินไม่สามารถครอบคลุมทุกพื้นที่ได้ D2D จึงเป็นทางออกสำคัญในการเติมเต็มช่องว่างสัญญาณและยกระดับความปลอดภัยสาธารณะ ตลาด D2D ของแคนาดาอยู่ในช่วงเริ่มต้น รัฐบาลแคนาดาได้จัดทำกรอบ Supplemental Mobile Coverage by Satellite (SMCS) เปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการสามารถให้บริการพื้นฐานก่อนและรัฐจึงพิจารณาการให้บริการฉุกเฉินหรือโรมมิ่งในอนาคต แนวทางเหล่านี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของแคนาดาในการเร่งนำเทคโนโลยี D2D เข้าสู่ตลาดเพื่อแก้ไขปัญหาด้านการสื่อสารและความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

          6. การเสวนาหัวข้อ “From Sky to Street: The New Era of IMT-NTN-Enabled Global Communication” โดยคุณเสน่ห์ สายวงศ์ วิศวกรเชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงาน กสทช. ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้ให้บริการดาวเทียมชั้นนำระดับโลกถึงอนาคตเทคโนโลยี Non-Terrestrial Network (NTN) โดยมี คุณฉัตรชัย กองอรรถ ผู้อำนวยการส่วนนโยบายการจัดสรรทรัพยากรคลื่นความถี่ฯ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ทั้งนี้ คุณเสน่ห์ฯ เปรียบภารกิจของสำนักงาน กสทช. เสมือนการต่อจิ๊กซอว์ด้านกฎระเบียบเพื่อให้ระบบอวกาศ โครงข่ายคลื่นความถี่ และโครงข่ายภาคพื้นดินทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น Mr. Cristian Gomez, VP, Government & Regulatory Affairs, APAC บริษัท Viasat กล่าวถึงความสำคัญของเครือข่ายดาวเทียมหลายวงโคจรและแนะนำให้หน่วยงานกำกับดูแลควรพิจารณาการกำกับล่วงหน้าเพื่อป้องกันการผูกขาด Mr. Bala Balamurali, VP, Southeast and East Asia บริษัท Eutelsat OneWeb เน้นความสำคัญของการให้บริการ NTN ที่ควรทำงานเสริมกับเครือข่ายภาคพื้นดินและร่วมมือกับผู้ให้บริการท้องถิ่น Mr. Peter Huang, GM, International Business Development บริษัท Galaxy Space นำเสนอข้อมูลวัตกรรมเทคนิคในปัจจุบันเพื่อเพิ่มความครอบคลุมและเสถียรภาพของบริการสื่อสารผ่านดาวเทียม โดยการเสวนาสะท้อนถึงโอกาสและความท้าทายของการสื่อสารผ่าน NTN ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและเศรษฐกิจ

          7. การนำเสนอเรื่อง “Space Economy on the Rise: Global Lessons from the Frontier” โดย (1) Mr. Takehiro Nakamura ผู้อำนวยการองค์การสำรวจอวกาศแห่งชาติญี่ปุ่น (JAXA) สำนักงานประจำประเทศไทย (2) Ms. Liu Huan วิศวกรอาวุโสด้านการวิจัยระบบวิทยุจากสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศจีน (CAICT) (3) Mr. Hernan Merino Choque รองอธิบดีฝ่ายบริหารโครงการและบริการข้อมูลจากองค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก (APSCO) โดยการนำเสนอนี้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ฉากทัศน์และแนวโน้มการแข่งขันในเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ความก้าวหน้าด้านการดำเนินการของประเทศญี่ปุ่น จีน และกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดทิศทางและกลยุทธ์การพัฒนาเศรษฐกิจอวกาศของประเทศไทย

          8. การเสวนาหัวข้อThailand’s Space Economy & Satellite Development” นำโดยคุณสืบศักดิ์ สืบภักดี กรรมการและเลขาธิการสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเสวนากับผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมกันหาแนวทางสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจอวกาศของไทยเติบโตและสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ได้แก่ (1) ดร. พรพรรณ ตันนุกิจ ผู้อำนวยการกองกิจการอวกาศแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับดาวเทียมสื่อสารของประเทศไทย ดาวเทียมสำรวจโลก และดาวเทียมวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน แผนอนาคตและนโยบายสำคัญคือการให้หน่วยงานรัฐใช้ช่องสัญญาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมไปถึงการกำหนด Landing Rights และการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรไทย (2) คุณปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคมฯ กล่าวถึงการพัฒนาเศรษฐกิจอวกาศนั้นไม่ใช่เพียงเงินลงทุน แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐที่สร้างระบบนิเวศเอื้อต่อการแข่งขันและนวัตกรรม ประเทศไทยต้องสร้างสมดุลระหว่างการนำเข้าเทคโนโลยีกับการพัฒนาของตนเองเพื่อความยั่งยืนและความมั่นคง (3) คุณศมาธร เทียนกิ่งแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท มิว สเปซฯ กล่าวถึงเศรษฐกิจอวกาศโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะดาวเทียม LEO และการให้บริการ Midstream เป็นโอกาสสำคัญของไทย การลงทุนในเทคโนโลยี Reusable Rocket, Mass Production และ Miniaturization จะช่วยลดต้นทุนและสร้างธุรกิจใหม่ (4) ดร. ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) กล่าวถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศต้องอาศัยความร่วมมือแบบ “ทีมประเทศไทย” ระหว่างภาครัฐและเอกชน บทบาทของ GISTDA ครอบคลุมการพัฒนาดาวเทียม การเฝ้าระวังวัตถุในอวกาศ ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการศึกษาความเป็นไปได้ของ Spaceport (5) ดร. วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนากำลังคนและเทคโนโลยีควรจำแนกเป็น Tech, Hi-Tech, Deep-Tech & Frontier-Tech เพื่อการส่งเสริมที่เหมาะสม รวมถึงการวิจัยดาราศาสตร์ที่จะสร้างความรู้และกำลังคนของไทยต่อยอดไปสู่เทคโนโลยีอวกาศรุ่นใหม่ โดยเฉพาะสาขา Satellite Optical Communication ทั้งนี้ การประชุม NBTC Symposium 2025 ครั้งนี้จัดขึ้นโดยสำนักวิชาการต่างประเทศ สายงานวิชาการ สำนักงาน กสทช.
-------------------------------------------

Download

  • ฉบับที่-48-NBTC-Press-Release-16102568.pdf

สร้างโดย  - ศาศวัต  พัวเวส (20/10/2568 13:31:24)

Download

Page views: 74